Tuesday, December 10, 2019
You are here >   คลังความรู้ > บทความวิชาการ > KM-NEWS
Register  |  Login
 View Article

Current Articles | Categories | Search | Syndication

อ้วนกับโรคมะเร็ง

 

     พวกเราทุกๆคนคงทราบบ้างแล้วว่าความอ้วนนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ สามารถจะทำให้เป็นโรคต่างๆได้มากมาย โดยเฉพาะโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคอื่นๆอีกมากมาย แต่หลายๆท่านคงไม่ทราบว่าผู้ที่อ้วนนั้นมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย

      ความอ้วนหรือที่แพทย์ชอบเรียกกันว่าโรคอ้วนนั้น มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆได้มากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต หลอดเลือดดำอุดตันที่ขา (และอื่นๆ) และลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดใหญ่ที่ปอด เบาหวาน ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ กระเพาะอาหารเลื่อนขึ้นมาในทรวงอก (hiatal hernia) นิ่วในระบบทางเดินน้ำดี ตับอักเสบจากไขมันในตับ (NAFLD,NASH) ตับแข็ง คนอ้วนถ้าเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ จะมีโอกาสเป็นรุนแรงกว่าคนที่ผอม หอบ เส้นประสาทถูกกด นอนกรน ถ้านอนกรนและหยุดหายใจจะทำให้เป็นโรคต่างๆได้ ฉะนั้น ใครนอนกรน ควรปรึกษาแพทย์ ส่วนความอ้วนและโรคมะเร็งนั้น องค์การอนามัยโลกโดย IARC หรือ International Agency for Research on Cancer ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานหนึ่งขององค์การอนามัยโลกได้รายงานไว้ตั้งแต่ ค.ศ. 2002 ว่าความอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง 5 ชนิดคือ ลำไส้ใหญ่ หลอดอาหาร (ชนิด adenocarcinoma) ไต (ชนิด renal cell) เต้านม(หลังผู้หญิงหมดประจำเดือน) และมดลูก

          ก่อนที่จะไปถึงข้อมูลล่าสุด อยากให้ข้อมูลโดยภาพรวมว่าองค์การอนามัยโลกได้ในคำนิยามว่าน้ำหนักเกิน หรืออ้วนว่าอย่างไร อ้วนหรือไม่อ้วน เราจะดูจากดัชนีมวลกาย หรือ body mass index (BMI) ซึ่งวิธีคำนวณ BMI คือ เอาน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมมาหารด้วยความสูงเป็นเมตรกำลังสอง เช่น ขณะนี้ผมมีน้ำหนักตัว 76 กก. สูง 1.78 เมตร ก็เอา 76 หารด้วย 1.782  หรือ 76/1.78x1.78 หรือ 76/3.1684 คือ 23.98 ค่าปกติของ BMI ของผู้ใหญ่ชาวตะวันตกคือ ระหว่าง 18.5-24.9 ส่วนน้ำหนักเกินคือ BMI 25-29.9 และอ้วนคือ BMI 30 หรือมากกว่า นอกจากนั้นโรคอ้วนยังแบ่งได้เป็นระดับที่ 1 คือ BMI 30-34.9 ระดับที่ 2 คือ 35-39.9 และระดับที่ 3 คือ 40 หรือมากกว่า แต่สำหรับคนไทยและเอเชีย เนื่องจากมีโครงสร้างเล็กบอบบางกว่า ค่าปกติคือ มี BMI ระหว่าง 18.5-23, 23.1-24.9 ค่า BMI เกิน 25 ขึ้นไปถือว่าอ้วน เมื่อไม่นานมานี้ผมเคยมีน้ำหนัก 80 กก. จึงมี BMI 25.25 ซึ่งถือว่าอ้วน แต่ผมได้พยายามลดน้ำหนักลงจนเหลือ 76 ฉะนั้น ขณะนี้ BMI ของผมอยู่ที่ 23.98 ซึ่งยังถือว่าน้ำหนักเกินอยู่ดี

          ในปี ค.ศ.2014 ทั้งโลกมีผู้ใหญ่ที่อ้วนถึง 640 ล้านคน เด็กและเยาวชน (ค.ศ.2013) ที่อ้วนอีก 110 ล้านคน และมีการคำนวณถึงความชุกของโรคอ้วนในผู้ชายและผู้หญิง และเด็ก ในปี ค.ศ.2014 ตามลำดับ คือ 10.8%, 14.9% และ 5% รวมแล้วมีคนน้ำหนักเกินหรืออ้วนในโลกมากกว่าคนที่มีน้ำหนักน้อย

          ในปี ค.ศ.2013 มีการคำนวณว่ามีการเสียชีวิตถึง 4.5 ล้านคนทั่วโลก จากโรคอ้วนหรือการที่มีน้ำหนักเกิน และในปีนี้ (ค.ศ.2016) IARC ได้รายงานการศึกษาว่าความอ้วนมีความเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งเพิ่มเติมอีก 8 ชนิด คือ กระเพาะอาหาร (บริเวณ cardia) ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน รังไข่ ไทรอยด์ multiple myeloma (โรคของระบบเลือด) และ meningioma (สมอง) (รายงานใน New England Journal of Medicine,25 August 2016;375:794-8)

          โดยทั่วๆไปจะดูว่าอ้วนหรือไม่ นอกจากดู BMI ไม่เกิน 23 และพุงชาย หญิง ไม่เกิน 90 ซม. และ 80 ซม. ตามลำดับ จะสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคต่างๆ รวมทั้งมะเร็ง 13 ชนิดได้ด้วยการออกกำลังกายและคุมอาหาร ซึ่ง 2 เรื่องนี้ผมได้เขียนบทความลงบ่อยๆอยู่แล้ว และนอกจากนี้ถ้าเราไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกฮออล์ หรือไม่ดื่มเกิน 2 หน่วยของสหราชอาณาจักร/วัน (1 หน่วยคือ 25 ซีซีวิสกี้ หรือไวน์ประมาณ 80 ซีซี หรือเบียร์ประมาณ 200 ซีซี) มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยไม่ใช้สารเสพติด โดยเฉพาะที่ใช้ฉีด เดินสายกลางในชีวิต ไม่เครียด ตรวจร่างกายเป็นระยะๆ รวมทั้งตรวจคัดกรองหารอยโรคตามที่แพทย์กำหนด และถึงแม้ทำทุกอย่างตามข้างต้น ถ้ามีอาการรับไปพบแพทย์ ทั้งหมดนี้จะเป็นวิธีการดูแล สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคที่ดีที่สุด ได้ผลที่สุด ประหยัดที่สุด

 

ที่มา : The Medical News สรรพสารวงการแพทย์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 464 ประจำเดือนธันวาคม 2559 หน้าที่ 24

 

 

 

posted @ Thursday, November 21, 2019 9:34 AM by kmadmin

Previous Page | Next Page

COMMENTS

Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment