Monday, September 16, 2019
You are here >   คลังความรู้ > บทความวิชาการ > KM-NEWS
Register  |  Login
 View Article

Current Articles | Categories | Search | Syndication

Fluorouracil และเคมีบำบัดเข้มข้นในการรักษาเสริมสำหรับมะเร็งเต้านมระยะแรก

Fluorouracil และเคมีบำบัดเข้มข้นในการรักษาเสริมสำหรับมะเร็งเต้านมระยะแรก    

The Lancet Published Online: 1 March 2015.

     บทความเรื่อง Fluorouracil and Dose-Dense Chemotherapy in Adjuvant Treatment of Patients with Early-Stage Breast Cancer: An Open-Label, 2 x 2 Factorial, Randomised Phase 3 Trial รายงานว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปถึงผลของการให้ fluorouracil ร่วมกับ epirubicin, cyclophosphamide และ paclitaxel (EC-P) ในการรักษาเสริมสำหรับผู้ป่วย node-positive breast cancer รวมถึงประโยชน์ของการเพิ่มความเข้มข้นของขนาดยา การศึกษานี้จึงได้ศึกษาผลลัพธ์ดังกล่าวโดยประเมินจากผลลัพธ์ที่ดีขึ้นของการอยู่รอดโดยไม่พบโรค

     การศึกษารวบรวมผู้ป่วยอายุ 18-70 ปีซึ่งเป็น node positive, early-stage breast cancer ที่สามารถผ่าตัดจากโรงพยาบาล 81 แห่งในประเทศอิตาลี โดยสุ่มให้ผู้ป่วยได้รับเคมีบำบัดเพิ่มความเข้มข้น (ให้ทางหลอดเลือดดำทุก 2 สัปดาห์ ร่วมกับ pegfilgrastim) ด้วย fluorouracil ร่วมกับ EC-P (FEC-P) หรือ EC-P หรือได้รับเคมีบำบัดมาตรฐาน (ให้ทางหลอดเลือดดำทุก 3 สัปดาห์) ด้วย FEC-P หรือ EC-P จุดยุติปฐมภูมิ ได้แก่ การอยู่รอดโดยไม่มีโรคประเมินด้วย Kaplan-Meier ใน intention-to-treat populationและเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่าง dose schedule (ทุก 2 สัปดาห์ เทียบกับทุก 3 สัปดาห์) และ dose type (FEC-P vs EC-P)

     การศึกษาได้รวบรวมผู้ป่วย 2,091 คน ระหว่างวันที่ 24 เมษายน ค.. 2003 ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม ค.. 2006 โดย 88 รายได้รับการรักษาในโรงพยาบาลที่ให้เคมีบำบัดขนาดมาตรฐานเท่านั้น ภายหลังมัธยฐานการติดตาม 7.0 ปี (interquartile range [IQR] 4.5-6.3) พบว่าผู้ป่วย 140 ราย (26%) จาก 545 รายได้รับ EC-P ทุก 3 สัปดาห์, 157 ราย (29%) จาก 544 ราย ได้รับ FEC-P ทุก 3 สัปดาห์, 111 ราย (22%) จาก 502 รายได้รับ EC-P ทุก 2 สัปดาห์ และ 113 ราย (23%) จาก 500 รายได้รับ FEC-P ทุก 2 สัปดาห์ อยู่รอดโดยไม่พบโรค สำหรับการเปรียบเทียบจากขนาดยาพบว่า การอยู่รอดโดยไม่พบโรคที่ 5 ปี เท่ากับ 81% (95% CI 79-84) ในผู้ป่วยที่รักษาทุก 2 สัปดาห์ และ 76% (74-79) ในผู้ป่วยที่รักษาทุก 3 สัปดาห์ (HR 0.77, 95% CI 0.65-0.92; p = 0.004) ซึ่งอัตราการอยู่รอดโดยรวมที่ 5 ปี เท่ากับ 94% (93-96) และ 89% (87-91; HR 0.65, 0.51-0.84; p = 0.001) และสำหรับการเปรียบเทียบชนิดของเคมีบำบัดพบว่า การอยู่รอดโดยไม่พบโรคที่ 5 ปี เท่ากับ 78% (75-81) ในกลุ่ม FEC-P และ 79% (76-82) ในกลุ่ม EC-P (HR 1.06, 0.89-1.25; p = 0.561) โดยมีอัตราการอยู่รอดโดยรวมที่ 5 ปี เท่ากับ 91% (89-93) และ 92% (90-94; 1.16, 0.91-1.46; p = 0.234) เมื่อเทียบกับการให้เคมีบำบัดทุก 3 สัปดาห์พบว่า การให้เคมีบำบัดทุก 2 สัปดาห์ สัมพันธ์กับอัตราที่สูงขึ้นของ grade 3-4 ของ anaemia (14 ราย [1.4%] จาก 988 ราย vs 2 ราย [0.2%] จาก 984 ราย; p = 0.002); transaminitis (19 ราย [1.9%] vs 4 ราย [0.4%]; p = 0.001) และ myalgias (31 ราย [3.1%] vs 16 ราย [1.6%]; p = 0.019) และอัตราที่ตํ่าลงของ grade 3-4 neutropenia (147 ราย [14.9%] vs 433 ราย [44.0%]; p < 0.0001) การเพิ่ม fluorouracil นำไปสู่อัตราที่สูงขึ้นของ grade 3-4 neutropenia (354 ราย [34.5%] จาก

1,025 รายที่ได้รับ FEC-P vs 250 ราย [24.2%] จาก 1,032 รายที่ได้รับ EC-P; p < 0.0001), ไข้ (9 ราย [0.9%] vs 2 ราย [0.2%]), คลื่นไส้ (47 ราย [4.6%] vs 28 ราย [2.7%]) และอาเจียน (32 ราย [3.1%] vs 15 ราย [1.4%])

     จากการศึกษาในผู้ป่วย node-positive early breast cancer พบว่าเคมีบำบัดเสริมที่เพิ่มความเข้มข้นช่วยให้การอยู่รอดโดยไม่พบโรคดีขึ้นเมื่อเทียบกับการให้เคมีบำบัดตามมาตรฐาน ขณะที่การเพิ่ม fluorouracil ในเคมีบำบัดสูตร EC-P ไม่ทำให้มีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นด้านการอยู่รอดโดยไม่พบโรค

 

 

ที่มา : The Medical News ฉบับที่ 439 วันที่ 1 15 มิถุนายน 2558 หน้าที่ 5

posted @ Wednesday, March 23, 2016 2:33 PM by pooky

Previous Page | Next Page

COMMENTS

Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment