Monday, September 16, 2019
You are here >   คลังความรู้ > บทความวิชาการ > KM-NEWS
Register  |  Login
 View Article

Current Articles | Categories | Search | Syndication

มะเร็งของลำไส้ใหญ่

มะเร็งของลำไส้ใหญ่

     โรคมะเร็งของลำไส้ใหญ่เป็นเรื่องที่สำคัญที่ประชาชนชาวไทย เป็นกันมากและสามารถป้องกันรักษาได้มากพอสมควร ผมจึงขอนำมาเขียนให้อ่านอีกครั้งหนึ่ง ตอนแรกนึกว่าเพิ่งเขียนไปหยก ๆ แต่พอไปเช็กดูปรากฏว่า

เขียนไปเมื่อ พ.. 2555! 3 ปีล่วงมาแล้ว เร็วมากเลยครับ

     เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.. 2558 องค์การอนามัยโลกบอกว่าเนื้อแปรรูป (ไส้กรอก แฮม เบคอน รวมทั้งแหนม กุนเชียง ฯลฯ ด้วย) ทำให้ประชาชนที่รับประทานมีความเสี่ยง (relative risk) เพิ่มขึ้น 18% หรือถ้าเขียนให้เข้าใจง่ายขึ้น จากปกติที่คนอเมริกันมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ 5 คนใน 100 คน ถ้าทุก ๆ คนชาวอเมริกันรับประทานเนื้อแปรรูปวันละ 50 กรัม (เท่ากับไส้กรอก 1 ชิ้น หรือเบคอน 1-2 ชิ้น) ทุกวัน ตลอดชีวิต คน 100 คนที่รับประทานแบบนี้จะเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นจาก 5 คน เป็น 5.9 คน องค์การอนามัยโลกยังบอกด้วยว่า เนื้อแดง (เนื้อวัว หมู แพะ ม้า ฯลฯ) ก็น่าจะทำให้เป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ด้วย

     มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากอะไร มะเร็งลำไส้ใหญ่มาจากกรรมพันธุ์ (genetic) ประมาณ 25% อีก 75% ที่ไม่มีญาติพี่น้องเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แพทย์จะเรียกว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงปานกลาง หรือ average risk ทั้งพวกที่มีสาเหตุจาก genetic หรือไม่มีพฤติกรรมของคนมีส่วนช่วยทำให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือลดความเสี่ยงลงได้บ้าง พฤติกรรมที่นำมาสู่ความเสี่ยงคือ การรับประทานเนื้อแปรรูป เนื้อแดงบ่อย ๆ ตามที่ได้กล่าวไว้แล้ว นอกจากนั้นยังเกิดจากการรับประทานมันสัตว์ หนังสัตว์ การรับประทานอาหารจนทำให้ร่างกายอ้วน หรือจะอ้วนจากสาเหตุอะไรก็ตาม การรับประทานผักและผลไม้น้อย ไม่ออกกำลังกาย การรับประทานของปิ้ง ย่าง

หมักดอง (เค็ม หวาน มัน ทอด) มากเกินไป

     ฉะนั้น การดูแลสุขภาพของตนเองโดยเฉพาะสำหรับมะเร็งของลำไส้ใหญ่ ควรต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก โดยคุณพ่อ คุณแม่ คุณครู ฯลฯ สอนให้รับประทานสารอาหารที่ดี ๆ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ พยายามหลีกเลี่ยงของทอด มัน เค็ม หวาน ปิ้ง ย่าง หมักดอง ดูแลตนเองไม่ให้อ้วน โดยให้ดัชนีมวลกาย (นํ้าหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยความสูงเป็นเมตรกำลังสอง) ให้อยู่ตํ่ากว่า 23 พุงชายหญิง เล็กกว่า 90, 80 เซนติเมตร ตามลำดับ

     แต่ข้อดีของมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็คือ ถึงแม้เราอาจจะมีพฤติกรรมความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อยู่บ้าง(แต่ต้องพยายามลดความเสี่ยง) เช่น ชอบรับประทานเนื้อแปรรูป เนื้อแดง ฯลฯ แต่สำหรับโรคนี้ทางการแพทย์ก็ยังมีวิธีช่วยไว้อีกอันหนึ่งคือ การไปตรวจคัดกรองหาว่าที่มะเร็งของลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งของลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้น ด้วยการเอาประชาชนที่มีความเสี่ยงปานกลางไปตรวจคัดกรองหามะเร็งเมื่อมีอายุ 50 ปี ทั้งนี้เพราะว่าความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่จะมีมากขึ้น เมื่ออายุ 50 ปี (แต่อายุน้อยกว่า 50 ปีก็เป็นได้)

     เพราะทางการแพทย์ทราบว่ามะเร็งของลำไส้ใหญ่ไม่ได้อยู่ดี ๆ เป็นมะเร็ง แต่รอยโรคอันแรกคือ การเกิด

ติ่งเนื้อ (adenomatous polyp) ขึ้นมาในลำไส้ใหญ่ ซึ่งยังไม่ใช่มะเร็ง แต่ติ่งเนื้อนี้จะค่อย ๆ โตจนในที่สุดจะกลายเป็นมะเร็ง ซึ่งอาจใช้เวลา 5-20 ปี ฉะนั้น ถ้าเราตรวจคัดกรองด้วยวิธีต่าง ๆ เราก็จะทราบว่ามีติ่งเนื้อหรือไม่ ถ้าพบและตัดติ่งเนื้อออก ผู้นั้นก็จะไม่เป็นมะเร็งจากติ่งนั้น

     แต่สำหรับผู้ที่มีญาติเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ ควรไปปรึกษาแพทย์ทันทีที่ทราบ ไม่ต้องรอจนอายุ 50 ปี

 

 

ที่มา : The Medical News สรรพสารวงการแพทย์ ฉบับที่454 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559 หน้าที่ 20

posted @ Tuesday, April 5, 2016 1:32 PM by pooky

Previous Page | Next Page

COMMENTS

Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment