Monday, September 16, 2019
You are here >   คลังความรู้ > บทความวิชาการ > KM-NEWS
Register  |  Login
 View Article

Current Articles | Categories | Search | Syndication

แอสไพรินลดมะเร็งและการตายด้วยโรคตับ

แอสไพรินลดมะเร็งและการตายด้วยโรคตับ

     HealthDay News: การใช้ยาแอสไพรินดู เหมือนจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งตับและการเสียชีวิตจากโรคตับเรื้อรัง นั่นเป็นผลจากการศึกษาขนาดใหญ่เป็นระยะเวลานับทศวรรษ

     การศึกษาครั้งใหม่นี้รวมมากกว่า 300,000 คนที่มีอายุระหว่าง 50-71 ปี ซึ่งเคยมีรายงานว่าใช้ยาแอสไพริน และยาต้านอาการอักเสบกลุ่ม Non-steroidal antiinflammation - NSAID โดยติดตามผลนาน10-12 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าวมีมากกว่า 400 รายที่เสียชีวิตจากโรคตับเรื้อรังและ 250 รายพบว่าเป็นโรคมะเร็งตับเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มิได้ใช้ยา NSAID ผู้ที่ใช้ยาแอสไพรินลดการเสียชีวิตจากโรคตับเรื้อรังได้ 45% และลดการเกิดมะเร็งตับ 41% ส่วนคนที่กินยาต้านการอักเสบ NSAID ที่มิใช่ยาแอสไพรินลดการตายจากโรคตับเรื้อรังได้ 26% ส่วนการเป็นมะเร็งตับไม่ต่างกัน

     หากการพบนี้เป็นเรื่องจริงจะนำไปสู่การป้องกันโรคตับเรื้อรังและการป้องกันโรคมะเร็งตับได้ Dr.Vikrant Sahasrabuddhe จากหน่วยวิจัยมะเร็งและระบาดวิทยาจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกากล่าว และถึงแม้จะพบความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาแอสไพรินกับการลดการเกิดมะเร็งก็มิได้พิสูจน์ต้นเหตุดังรายงานใน Journal of National Cancer Institute

     การศึกษาก่อนหน้านี้พบความเชื่อมโยงระหว่างการอักเสบเรื้อรังต่อกระบวนการในเซลล์เนื่องจากโรคตับ และอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดเป็นมะเร็งในขณะที่ผลวิจัยชี้ว่ายาแอสไพรินและยากลุ่ม NSAID อาจช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ในมะเร็งบางชนิด แม้ว่าจะได้ผลคุ้มค่าในการศึกษาศักยภาพของวิธีป้องกันแบบใหม่โดยใช้ยา NSAID ก็ยังจำเป็นต้องคำนึงถึงวิธีการป้องกันในทางปฏิบัติ สาเหตุการเกิดมะเร็งตับและโรคตับเรื้อรังที่ทราบกันดีคือ เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี และการดื่มแอลกอฮอล์บางรายก็พบการเชื่อมโยงกับโรคอ้วนและเบาหวาน

     วิธีป้องกันที่ทำได้ง่ายและราคาถูกคือ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีก็มีการใช้กัน แต่กลยุทธ์ที่มีประสิทธิผลในการลดการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีก็ยังไม่นำมาใช้ทั่วไป นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์และโรคอ้วนก็เป็นเรื่องซับซ้อน ซึ่งต้องดูแลแต่ละรายและระบบสาธารณสุขโดยรวม

 

 

ที่มา : THE MEDICINE JOURNAL สรรพสารวงการยา ฉบับที่ 174 ประจำเดือนมกราคม 2556 หน้าที่ 5

posted @ Thursday, April 7, 2016 9:19 AM by pooky

Previous Page | Next Page

COMMENTS

Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment