Monday, September 16, 2019
You are here >   คลังความรู้ > บทความวิชาการ > KM-NEWS
Register  |  Login
 View Article

Current Articles | Categories | Search | Syndication

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

     HealthDay News: ความสำเร็จในการคิดค้นวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

     แม้ว่ามีสตรีกว่า 500,000 คนที่เป็นมะเร็งปากมดลูกในแต่ละปี ผู้เชี่ยวชาญทำนายว่าจำนวนนี้จะลดลงมากในช่วงต่อจากนี้ เพราะมีวัคซีนใหม่ 2 ตัวที่สามารถป้องกันโรคนี้ได้

     สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกถูกค้นพบในช่วงทศวรรษ 1980 ว่ามาจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า Human Papillomavirus (HPV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ HPV มีมากกว่า 40 สายพันธุ์ ซึ่งแพร่อยู่ในอวัยวะสืบพันธุ์ ผู้ติดเชื้อ HPV จะไม่รู้ตัวว่าได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าว

     การค้นหาวัคซีนต้านไวรัสเริ่มมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เพื่อค้นหาชิ้นส่วนของไวรัสที่จะนำมาทำวัคซีนได้

วัคซีนที่จะได้ผลต้องกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายรู้จักเซลล์ที่ติดเชื้อ HPV เพื่อหาทางกำจัดออกไป วัคซีนนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันหลาย ๆ ทาง เมื่อมี HPV จากธรรมชาติ ระบบภูมิคุ้มกันจะทำให้หมดฤทธิ์ก่อนที่จะเกิดการติดเชื้อ

     เมื่อผลิตวัคซีนได้แล้วต้องทดลองทางคลินิก หลังจากพบว่าวัคซีนนี้ได้ผลในสตรีที่ทดลองการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ในคน เพื่อดูว่าวัคซีนนี้สร้างภูมิคุ้มกันได้ ต่อมาระยะที่ 2 เพื่อหาขนาดวัคซีนที่เหมาะสม และสุดท้ายเป็นการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 มี 2 โครงการ โดยมีผู้เข้าร่วม 20,000 คน เพื่อศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน

     Dr.Alfred Saah ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยวัคซีนทางคลินิกของบริษัท เมอร์ค กล่าวว่า วัคซีนตัวแรกของบริษัทที่ได้รับอนุญาตจาก US FDA เมื่อปี ค.ศ. 2006 คือ Gardasil หลังจากนั้นก็มีของบริษัทอื่นคือ Cervarix เป็นวัคซีนป้องกัน HPV ของบริษัทแกล็กโซสมิท ไคล์น ได้รับอนุมัติให้ใช้ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกอีกตัว

     Gardasil เป็นวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกตัวแรกใช้ได้ผลกับเชื้อ HPV ชนิด 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุของหูดที่อวัยวะเพศราว 90% และสำหรับ HPV ชนิด 16 และ 18 ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกราว 70% นอกจากการป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังเชื่อมกับมะเร็งชนิดอื่นที่ทวารหนัก องคชาต ช่องคลอด และมะเร็งบางชนิดที่ลำคอ

 

 

 

ที่มา : THE MEDICINE JOURNAL สรรพสารวงการยา ฉบับที่ 175 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2556 หน้าที่ 5

posted @ Friday, April 8, 2016 1:49 PM by pooky

Previous Page | Next Page

COMMENTS

Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment