Monday, September 16, 2019
You are here >   คลังความรู้ > บทความวิชาการ > KM-NEWS
Register  |  Login
 View Article

Current Articles | Categories | Search | Syndication

ใช้ไวรัสรักษามะเร็งตับ

ใช้ไวรัสรักษามะเร็งตับ

     ไวรัสอยู่กับมนุษย์มานานแค่ไหน นับพันนับหมื่นปีไม่มีใครทราบ สิ่งที่มันทำคือ การติดเชื้อทั้งไม่รุนแรงและรุนแรงจนทำให้มนุษย์เสียชีวิตนับล้าน แต่มาวันนี้ไวรัสกำลังจะเป็นเครื่องมือสำคัญอันเป็นประโยชน์แก่มนุษย์แล้ว

     เรารู้จักการใช้ไวรัสมาทำวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษมานานแล้ว แต่ในอนาคตไวรัสฝีดาษกำลังจะถูกพัฒนามาใช้รักษาโรคมะเร็งตับ

     แทบไม่น่าเชื่อว่าผู้ป่วยมะเร็งร้ายชนิดนี้ที่เมื่อวินิจฉัยได้เพียงไม่กี่เดือนก็มักจะเสียชีวิตจะสามารถกลับมามีอายุยืนยาวขึ้นถึงสามเท่าเมื่อได้รับวัคซีนใหม่นี้ โดยมีผลข้างเคียงเพียงแค่เหมือนเป็นหวัดเท่านั้นเอง ทั้งนี้จากการวิจัยในสหรัฐอเมริกาของบริษัท Jennerex

     ในการวิจัยที่ว่า ใช้ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ (hepatocellular carcinoma) จำนวนสามสิบรายให้ได้รับวัคซีนที่ดัดแปลงไวรัส (ชื่อรหัสคือ JX-594) 3 เข็มในระยะเวลาหนึ่งเดือน ฉีดวัคซีนตรงสู่ก้อนมะเร็งตับเปรียบเทียบสองกลุ่ม ระหว่างวัคซีนปริมาณน้อยกับวัคซีนปริมาณมาก

     ผลพบว่ากลุ่มวัคซีนปริมาณน้อยช่วยยืดอายุผู้ป่วยออกไปได้เฉลี่ย 6.7 เดือน ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับวัคซีนปริมาณมากสามารถมีอายุยืนยาวออกไปได้เฉลี่ย 14.1 เดือน เมื่อเทียบกับยาที่ดีที่สุดในการรักษามะเร็งตับในปัจจุบันที่ชื่อ sorafenib ยังยืดอายุผู้ป่วยได้เพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น

     ยิ่งไปกว่านั้นมีผู้ป่วย 2 รายในกลุ่ม ที่ได้รับวัคซีนขนาดสูงยังคงมีชีวิตอยู่นานกว่าสองปีแล้วใน ขณะนี้หลังรู้ว่าเป็นมะเร็งตับ

     วัคซีนนอกจากจะลดขนาดก้อนมะเร็งแล้ว ไวรัสในวัคซีนยังกระจายตัวไปยังก้อนมะเร็งอื่น ๆ นอกตับ และทำการยุบก้อนมะเร็งกระจายนอกตับเหล่านั้นได้ด้วย ซึ่งจากการตรวจติดตามด้วย MRI ก้อนมะเร็งนอกตับบางก้อนหายวับไป ในขณะที่ก้อนมะเร็งส่วนใหญ่หดเล็กลงผลการลดขนาดก้อนมะเร็งที่ได้นี้ดีเท่าเทียมกันทั้งในก้อนมะเร็งเริ่มต้นและมะเร็งกระจาย

     Alan Melcher ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งแห่งมหาวิทยาลัยลีดส์ในสหราชอาณาจักร (University of Leeds, UK) กล่าวว่า ผลการวิจัยครั้งนี้น่าตื่นเต้นมาก และเป็นก้าวสำคัญก้าวใหม่ในการรักษามะเร็ง มันแสดงให้เห็นว่าไวรัสสามารถนำมาใช้รักษามะเร็งได้โดยที่มีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดหรือการฉายแสง และหากมีการวิจัยยืนยันผลในผู้ป่วยจำนวนมากกว่านี้ วัคซีนนี้ก็น่าจะวางตลาดได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า

     และการที่พบว่าไวรัสในวัคซีนสามารถกระจายตัวไปจัดการก้อนมะเร็งนอกตับได้ทำให้คิดต่อได้ว่า การฉีดวัคซีนเข้าสู่กระแสโลหิตไม่ต้องฉีดเข้าก้อนมะเร็งก็อาจได้ผลดีเช่นเดียวกัน ซึ่งการวิจัยทำนองนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการแล้วครับ

     กลไกที่ไวรัสในวัคซีนทำงานคือการมุ่งเป้าไปที่ยีนสองตัวในเซลล์มะเร็งยีนตัวหนึ่งสัมพันธ์กับ epidermal growth factor receptor ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัวเจริญเติบโต ส่วนอีกยีนหนึ่งสัมพันธ์กับ vascular endothelial growth factor ซึ่งทำให้ก้อนมะเร็งสร้างเส้นเลือดหล่อเลี้ยงก้อนมะเร็งเอง ไวรัสในวัคซีนจึงยับยั้งการแบ่งตัวเติบโตของเซลล์มะเร็งร่วมกับการสกัดกั้นการสร้างเส้นเลือดหล่อเลี้ยงลำเลียงอาหารในก้อนมะเร็ง ก้อนมะเร็งจึงไม่โตและฝ่อเหี่ยวแห้งตายไป

     ขณะเดียวกันไวรัสในวัคซีนยังถูกดัดแปลงไม่ให้มียีนสำหรับสร้างเอนไซม์ thymidine kinase ซึ่งเอนไซม์นี้ทำให้ไวรัสสามารถกระจายไปสู่เซลล์ที่มีการแบ่งตัวได้ เมื่อตัดยีนนี้ออกไป ไวรัสก็จะไม่กระจายไปสู่เซลล์ปกติที่มีการแบ่งตัวอยู่ในร่างกายมนุษย์

     นอกเหนือไปจากนั้น ไวรัสยังได้รับการตัดต่อใส่ยีนที่จะกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้มีปฏิกิริยาต่อเซลล์มะเร็งด้วย โดยกระตุ้นการสร้าง granulocyte colony stimulating factor ซึ่งเป็นโปรตีนตัวกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวมารวมตัวกันที่ตำแหน่งของการติดเชื้อ เหมือนกับการระดมกำลังทหารมารายล้อมข้าศึก ที่เด็ดอีกประการคือ ไวรัสยังถูกดัดแปลงให้มีการสร้างโปรตีนอีกชนิดหนึ่ง (เรียกชื่อว่า Lac-Z) ไว้หมายหัวเซลล์ที่ร่างกายต้องการทำลายด้วย

     ครับ เยี่ยมยอดด้วยกลยุทธ์หลากหลายมากมายด้วยแม่ไม้อย่างนี้ มะเร็งตับจึงยอมสยบ

 

 

ที่มา : THE MEDICINE JOURNAL สรรพสารวงการยา ฉบับที่ 176 ประจำเดือนมีนาคม 2556 หน้าที่ 8

posted @ Friday, April 8, 2016 1:51 PM by pooky

Previous Page | Next Page

COMMENTS

What's your style? Find your perfect bag from our selection of shoulder bags, satchels, totes and more.

posted @ Thursday, June 15, 2017 1:58 PM by cheap mulberry bags


Instant price and availability checks on the best Wedding Bands Inverness has to offer, | Inverness Wedding Bands.

posted @ Friday, March 22, 2019 9:05 AM by Wedding Bands


Click here to post a comment