Monday, September 16, 2019
You are here >   คลังความรู้ > บทความวิชาการ > KM-NEWS
Register  |  Login
 View Article

Current Articles | Categories | Search | Syndication

Dabrafenib ยารักษาโรคมะเร็งผิวหนัง

Dabrafenib  ยารักษาโรคมะเร็งผิวหนัง

     Dabrafenib (Tafinlar) เป็นยาใหม่ของบริษัท GlaxoSmithKline (GSK) ที่เพิ่งได้รับอนุมัติจาก US FDA ให้ใช้เป็นยาเดี่ยวชนิดรับประทานเพื่อรักษาโรคมะเร็งชนิดที่ผ่าตัดไม่ได้ (unresectable melanoma) หรือชนิดที่แพร่กระจายแล้ว (metastasis melanoma) ในผู้ใหญ่ที่มียีน BRAF V600E ก่อกลายพันธุ์ โดย ใช้ชุดตรวจยีนที่ผ่านการรับรองจาก US FDA แล้ว ชื่อ THxID-BRAF ของบริษัท BioMerieux SA

     ประมาณครึ่งหนึ่งของมะเร็งที่แพร่กระจายมียีนที่ก่อกลายพันธุ์ที่ BRAF ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเป็นยีนที่ผิดปกติ ทำให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้ ยา dabrafenib ได้รับอนุมัติให้ใช้ในคนไข้โรคมะเร็งที่มียีน BRAF V600E ก่อกลายพันธุ์ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดแพร่กระจายจะตรวจพบการก่อกลายพันธุ์ของยีนนี้ประมาณ 85% ของผู้ป่วยไม่แนะนำให้ใช้ยา dabrafenib ในคนไข้ที่เป็นชนิด wild-type BRAF melanoma ยา Tafinlar ยังไม่ได้รับอนุมัติในสหภาพยุโรปและในอีกหลายประเทศ

     ผลทางคลินิกทดสอบในศูนย์การแพทย์ในหลายประเทศจากโครงการวิจัย BREAK 3 ทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 เป็นแบบเปิด แบบสุ่มในคนไข้ 250 รายที่มียีนก่อกลายพันธุ์ BRAF V600E โดยให้ยา dabrafenib หรือยา dacasbagin (เคมีบำบัด) ในสัดส่วน 30% ประเมินผลขั้นต้นจากอัตราการรอดชีวิตโดยผู้วิจัย การวิเคราะห์เชิงสถิติพบว่าอัตราการรอดชีวิตในกลุ่มผู้ใช้ยา dabrafenib สูงกว่ากลุ่มที่ใช้ยา dacasbagin อย่างมีนัยสำคัญ (ค่าเฉลี่ย 5.1 เดือน เทียบกับ 2.7 เดือน)

     อาการข้างเคียงของยา dabrafenib อาจเกิดรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ มีการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังชนิดใหม่ในคนไข้ที่มียีน wild-type BRAF ก่อกลายพันธุ์ มีอาการไข้รุนแรงน้ำตาลในเลือดลดลง ปัญหาการเป็นโรคโลหิตจางในคนไข้ที่ขาดเอนไซม์ G6PD และเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

     จากการศึกษาทางคลินิก มีอาการข้างเคียงที่พบบ่อย (มากกว่า 10%) จากการใช้ยา dabrafenib คือผิวหนังหนาขึ้น (37%), ปวดศีรษะ (32%), มีไข้ (28%), ปวดข้อ (27%), เป็นหูด (27%), ศีรษะล้าน (22%), มือเท้าแดงจากการหลุดลอกของผิวหนัง (20%) มีผื่นคัน ปวดหลัง ไอ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องผูก และอาการเหมือนเป็นหวัด

      โรคมะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่อันตรายมากและอาจถึงแก่ชีวิต จากสถิติของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2013 มีผู้ป่วยด้วยโรคนี้เสียชีวิตรวม 9,480 รายเมื่อมะเร็งแพร่กระจายในร่างกาย ตรวจพบว่ามีราวครึ่งหนึ่งที่มียีน BRAF ก่อกลายพันธุ์ การก่อกลายพันธุ์นี้ทำให้เซลล์มะเร็งโตและแพร่กระจายได้ และมีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งที่จะมีชีวิตรอดใน 1 ปีหลังจากตรวจพบโรค อัตราการรอดชีวิต 5 ปี มีเพียง 16% (ค.ศ. 2003-2009) อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยมะเร็งนี้ต่ำกว่ามะเร็งชนิดอื่นราว 10 ปี

     บริษัท GSK ได้ร่วมมือกับบริษัท BioMerieux ในปี ค.ศ. 2010 ในการพัฒนาวิธีการทดสอบยีนเพื่อตรวจหา BRAF V600 (มี V600E และ V600K) ที่ก่อกลายพันธุ์ในโรคมะเร็งหลายชนิดรวมทั้งมะเร็งผิวหนัง และมีจำหน่ายในชื่อการค้า THxID-BRAF นับเป็นชุดทดสอบตัวแรกที่ได้รับอนุมัติจาก US FDA เพื่อใช้ตรวจ V600K

 

 

ที่มา : THE MEDICINE JOURNAL สรรพสารวงการยา ฉบับที่ 179 ประจำเดือนมิถุนายน 2556 หน้าที่ 12

posted @ Monday, April 18, 2016 3:53 PM by pooky

Previous Page | Next Page

COMMENTS

Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment