Monday, September 16, 2019
You are here >   คลังความรู้ > บทความวิชาการ > KM-NEWS
Register  |  Login
 View Article

Current Articles | Categories | Search | Syndication

วัคซีนโรคมะเร็งปากมดลูกปลอดภัยแต่ใช้น้อย

วัคซีนโรคมะเร็งปากมดลูกปลอดภัยแต่ใช้น้อย

     HealthDay News: ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) รายงานว่า ความพยายามที่จะให้วัคซีนแก่สตรีเพื่อป้องกันโรคมะเร็งซึ่งมีต้นเหตุจากเชื้อไวรัส human papillomavirus (HPV) ยังไม่ค่อยคืบหน้า มีสตรีที่ฉีดวัคซีน HPV เท่าเดิม ในปี ค.ศ. 2011 และ 2012 คิดเป็นประมาณ 53% ของสตรีที่เคยได้รับวัคซีน HPV อย่างน้อย 1 ครั้ง สตรีที่ได้รับวัคซีนจนครบโด๊ส 3 ครั้งมีเพียง 1 ใน 3 ของสตรีทั้งหมด

     Tom Frieden ผู้อำนวยการศูนย์ CDC กล่าวว่า เรากำลังสูญเสียโอกาสในการใช้วัคซีน HPV ซึ่งป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้ผลดีกว่าที่คาดไว้ HPV วัคซีน 2 ยี่ห้อคือ Cervarix และ Gardasil สามารถป้องกันไวรัสซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งปากมดลูกถึง 70% และการใช้วัคซีนนี้ควรใช้กับสตรีอายุ 11-12 ปี

     ศูนย์ CDC คาดว่าจะมีสตรีที่เป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นปีละ 4,400 ราย และมีการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกปีละ 1,400 ราย ในขณะที่การฉีดวัคซีน HPV ขณะนี้มีสตรีเพียง 33% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 80% ที่ควรจะได้รับวัคซีนนี้

     ประมาณ 79 ล้านคนในสหรัฐอเมริกามีการติดเชื้อ HPV และมีการติดเชื้อรายใหม่ปีละ 14 ล้านคน HPV เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ประจำในทุกเพศทั้งหญิงและชายในวัยเจริญพันธุ์ และมักจะติดเชื้อ HPV ชนิดใดชนิดหนึ่งในช่วงชีวิตของคน

     ปัญหาที่มีการฉีดวัคซีนน้อยมิใช่ว่าวัคซีนขาดแคลนแต่พ่อแม่และแพทย์มักจะพลาดโอกาสในการให้วัคซีนHPV ราว 84% ของเด็กหญิงอายุ 11 ขวบ ต้องมีการพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนชนิดอื่น แต่ไม่ได้ฉีดวัคซีน HPV ดังที่ได้สำรวจการฉีดวัคซีนประจำปี หากได้รวมการฉีดวัคซีน HPV ในการฉีดวัคซีนประจำปีด้วยจะครอบคลุมการฉีดได้ถึง 92% เด็กหญิงเหล่านี้ต้องมาพบแพทย์อยู่แล้วเพื่อรับวัคซีนอื่น แต่จะไม่ได้รับวัคซีน HPV ครั้งที่ 2 และ 3 ดังนั้น แพทย์ควรแนะนำให้ได้วัคซีน HPV เช่นเดียวกับวัคซีนอื่น แต่ก็มีพ่อแม่ราว 1 ใน 4 ที่ไม่ให้ลูกฉีดวัคซีน HPV เมื่อถามถึงเหตุผลจะมีคนตอบ 19% คิดว่าไม่จำเป็น, 14% ตอบว่าแพทย์มิได้แนะนำ, 13% คิดว่าอาจไม่ปลอดภัย, 13% ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีวัคซีน และอีก 10% เห็นว่าเด็กยังไม่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์

     แม้ว่า HPV เป็นไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งเด็กหญิงและชายควรจะได้รับวัคซีนขณะที่ยังเด็ก เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันสูงเมื่อโตขึ้น ปัจจุบันพ่อแม่มีความเข้าใจมากขึ้นว่าควรจะให้วัคซีน HPV ในขณะที่ยังเด็ก ซึ่งไม่เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ การฉีดวัคซีน HPV มิใช่การเปิดประตูสู่การมีเพศสัมพันธ์ แต่เป็นการปิดประตูการเกิดมะเร็งปากมดลูก Dr.Frieden กล่าว วัคซีน HPV มีประวัติการใช้มานานมีความปลอดภัยสูง

 

 

ที่มา : THE MEDICINE JOURNAL สรรพสารวงการยา ฉบับที่ 181 ประจำเดือนสิงหาคม 2556 หน้าที่ 3

posted @ Tuesday, April 19, 2016 10:37 AM by pooky

Previous Page | Next Page

COMMENTS

Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment