19 มกราคม 2562
You are here >   คลังความรู้ > บทความวิชาการ > KM-NEWS
Register  |  Login
 View Article

Current Articles | Categories | Search | Syndication

Imbruvica รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว

Imbruvica  รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว

     Imbruvica (ibrutinib) เป็นยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเจริญช้าตัวใหม่ที่เพิ่งได้รับอนุมัติจาก FDA ให้ออกจำหน่ายได้ Imbruvica เป็นยาแค ปซูลใช้รับประทานวันละครั้งรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า chronic lymphocytic leukemia (CLL) ในคนไข้ที่เคยได้รับการรักษาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งมาก่อนแล้ว FDA ยังอนุมัติให้ใช้กับคนไข้ CLL ที่มียีนก่อกลายพันธุ์ del 17p ซึ่งเกิด เมื่อมีส่วนของโครโมโซม 17 สูญเสียไป คนไข้ CLL ที่มีการก่อกลายพันธุ์ del 17p นับเป็นโรคที่พยากรณ์โรคได้ไม่ดี

     CLL เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ B-cell ชนิดเจริญช้า พบในคนไข้สูงอายุ อายุเฉลี่ยที่ตรวจพบคือ 72 ปี ใน CLL ที่ก่อกลายพันธุ์ del 17p เกิดเมื่อส่วนของโครโมโซม 17 ขาดหายไป นับว่าเป็นมะเร็งที่รักษาไม่ค่อยได้ผล มีผู้เป็นราว 7% ของ CLL

     Imbruvica ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Bruton’s tyrosine kinase (BTK) ซึ่งเป็นตัวส่งสัญญาณไปยังโมเลกุล B-cell receptor complex B-cell ที่เป็นมะเร็ง Imbruvica สกัดกั้นสัญญาณที่ไปกระตุ้นให้ malignant B-cell เจริญและเติบโตแบบควบคุมไม่ได้ ยานี้มิใช่ยาเคมีบำบัด แต่เป็นการรักษาแบบตรงเป้า มีการออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่โตเร็วแต่มีผลน้อยต่อเซลล์ปกติ จึงลดอาการข้างเคียงได้ แต่ก็มีเซลล์ปกติบางชนิดที่โตเร็วก็จะถูกกำจัดเช่นกัน

     การประเมินผลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยา ทำแบบสุ่มปลายเปิดในศูนย์การแพทย์นานาชาติหลายแห่งในระยะทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 RESONATE ในคนไข้ 391 รายที่เป็น CLL หรือ small lymphocytic leukemia (SLL) ที่เคยมีการรักษามาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง 32% ของคนไข้เป็น CLL ที่มี del 17p คนไข้ได้รับยารับประทาน ibrutinib 420 มก. (n = 195) วันละครั้ง จนอาการลุกลามหรือเกิดอาการพิษมากเกิน หรือได้รับยา ofatumumab โดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำนาน 24 สัปดาห์ (n = 196) โดยให้ขนาดนำ 300 มก. ตามด้วยขนาดยา 200 มก.ต่อครั้ง รวม 11 ครั้ง ผลปรากฏว่าการให้ยาเดี่ยว Imbruvica พบว่ามีระยะปลอดมะเร็ง หรือความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลดลง 76% และการยืดอายุโดยรวมเพิ่มขึ้น 42.6% เมื่อเทียบกับการให้ยา ofatumumab

     ข้อบ่งใช้ของยา Imbruvica ได้จากการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 ชื่อ RESONATE ซึ่งแสดงว่ายา Imbruvica ให้ผลในการยืดชีวิตคนไข้โดยรวม และมีช่วงปลอดมะเร็งที่นานกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการใช้ยา ofatumumab ในคนไข้ CLL ที่เคยได้รับการรักษามาแล้ว หรือในคนไข้มะเร็งชนิด small lymphocytic leukemia (SLL) ก่อนหน้านี้ยา Imbruvica ได้รับอนุมัติแบบเร่งด่วน อาศัยผลการศึกษาเบื้องต้นในผลทางคลินิกระยะ 1b/2 ในคนไข้ ที่เป็น CLL ที่เคยได้รับการรักษามาก่อน การที่ผลการศึกษาทางคลินิกมีการ ยืดอายุโดยรวมดีขึ้นอย่างชัดเจนจึงได้รับอนุมัติให้ใช้ในคนไข้ CLL และนับเป็นยาตัวแรกที่ได้รับอนุมัติให้ใช้รักษาคนไข้ CLL ที่มี del 17p ก่อกลายพันธุ์ ซึ่งเป็นโรคมะเร็งที่รักษายาก

     อาการข้างเคียงที่พบบ่อยคือ เกล็ดเลือดลดลง ท้องเสีย เม็ดเลือดขาวลดลง อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ บวม คลื่นไส้ เป็นต้น อาการทั้งหมดนี้มิได้ เป็นทุกคน ข้อควรระวังของการใช้ยาคือ ห้ามดื่มนํ้าเกรปฟรุต หรือส้มบางชนิด เพราะอาจทำให้ระดับยาในเลือดสูงเกินไป ขณะใช้ยานี้ห้ามฉีดวัคซีนหรือ สารภูมิคุ้มกัน ระวังอย่าให้ถูกแสงแดดเพราะอาจทำให้ผิวหนังมีความไว และผิวหนังไหม้ได้ Imbruvica เป็นยาที่ร่วมพัฒนาและจำหน่ายโดยบริษัท แจนเซ่น ไบโอเทค และ ฟาร์มาไซคลิก

 

 

ที่มา : THE MEDICINE JOURNAL สรรพสารวงการยา ฉบับที่ 193 ประจำเดือนสิงหาคม 2557 หน้าที่ 12

 

posted @ 13 พฤษภาคม 2559 14:18 by pooky

Previous Page | Next Page

COMMENTS

Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment